Just another Blog.com weblog

สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด  [Old Trafford Stadium]
สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

          ย้อนกลับไปกว่าหนึ่งศตวรรษที่แล้ว “แทร็ฟฟอร์ด ปาร์ค”ซึ่งตอนนั้น มีสถานะเป็นเพียงผืนแผ่นดินว่างเปล่าบนนิคมอุตสาหกรรม แทร็ฟฟอร์ด พาร์ค ถูกซื้อด้วยเงินจำนวน 60,000 ปอนด์ และนำมาเนรมิตให้กลายบ้านแห่งใหม่ของสโมสร สนาม “โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด” ที่ทุกวันนี้ได้แปรสภาพเป็นหนึ่งในสนามฟุตบอลชั้นดีที่สุดในโลกของเมืองแมน เชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ มีความจุผู้ชมได้สูงถึงกว่า 80,000 คน และนี่คือเรื่องราวทั้งหมดของ “โรงละครแห่งความฝัน” หรือ “Theatre of Dream”

          เมื่อครั้งที่สมัยยอดทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังใช้ชื่อเดิมว่า “นิวตัน ฮีธ”พวกเขายังเป็นเพียงสโมสรฟุตบอลเล็กๆ ทีมหนึ่ง ซึ่งได้เข้าร่วมแข่งขัน ฟุตบอลลีกในปี 1892 และมีสนามเหย้าที่เข้าขั้นแย่ที่สุดอย่าง “นอร์ท โร้ด” ในมอนซอลล์ ซึ่งสนามมีสภาพราวกับปลักโคลน และห้องแต่งตัวก็อยู่ห่างไกลออกไปกว่าครึ่งไมล์ที่ผับ ทรีคราวน์ส

          อย่างไรก็ตาม แม้จะได้ย้ายสนามจาก “นอร์ท โร้ด” มาสู่ “แบงค์ สตรีท” นั้น แต่ทั้งสองสนามก็มีสภาพไม่แตกต่างกันมากนัก และก็ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์กันว่าพื้นสนามนั้นย่ำแย่มากเช่นเดิม ด้วยเหตุนี้ ประธานสโมสร จอห์น เดวี่ส์ จึงได้ตัดสินใจย้ายห่างจากตัวเมืองไปอีก 5-6 ไมล์ ที่นั่นคือ “แทร็ฟฟอร์ด พาร์ค” ย่านชานเมือง แมนเชสเตอร์

          คำว่า “โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด” เริ่มออกมาให้ได้ยินกันเป็นครั้งแรกในระหว่างฤดูกาล 1909/10 โดยพื้นที่ซึ่งใช้ในการสร้างสนามนั้นซื้อโดยบริษัทแมนเชสเตอร์ บริวเวอรี่ (จอห์น เฮนรี่ เดวี่ส์) และให้สโมสรเช่าต่ออีกที เดวี่ส์เองเป็นคนจ่ายเงินค่าก่อสร้างด้วยเงินจำนวน 60,000 ปอนด์ ซึ่งเริ่มต้นขึ้นในปี 1908 ภายใต้การควบคุมของอาร์ชิบัลด์ ลีทช์ สถาปนิกชื่อดัง เมื่อย่างเข้าปี 1910 สโมสรก็ขนย้ายข้าวของจากสนามเดิมที่แบงค์สตรีทเข้ามาปักหลักที่นี่แทน และเนรมิตให้กลายบ้านแห่งใหม่ของสโมสร สนาม “โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด” มีความ จุผู้ชมได้สูงถึง 80,000 คน

สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด  [Old Trafford Stadium]
โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ปี1926
          ”โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด” เริ่มเปิดประตูต้อนรับแฟนบอลเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 1910 แต่ก็เป็นความทรงจำที่ไม่ค่อยดีนักเมื่อทีมพ่ายให้กับ ลิเวอร์พูล 4-3 ในช่วงนั้นแฟนบอลส่วนใหญ่ต้องยืนดูเกมการ แข่งขัน แต่ก็ถือเป็นความความสำเร็จ ของสนามแห่งใหม่ที่สามารถรองรับคนดูได้ถึง 80,000 คนในเกมดังกล่าว ถึงยังเป็นสังเวียนฟาดแข้งที่ให้ความสะดวกสบาย แฝงด้วยความหรูหราโดยไม่มีสนามแห่งใดในยุคเดียวกันจะเทียบเท่าได้ ไม่ว่าจะในเรื่อง เก้าอี้พับเก็บได้ มีห้องจิบน้ำชา และคนคอยบริการชี้ทาง พาไปหาที่นั่ง พร้อมทั้งยังมีห้องเล่นเกม โรงยิม และอ่างอาบน้ำขนาดยักษ์ สำหรับนักเตะอีกด้วย

          หลังจากรองรับฝูงชนมากหน้าหลายตามาเป็นระยะเวลา 30 ปี “โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด” ก็ห่างหายจากเกมลูกหนังอยู่เกือบ 1 ทศวรรษเต็มๆ รวมถึงฟุตบอลลีก ต้องหยุดชะงักหลังเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1939 จากนั้นในคืนวันที่ 11 มีนาคม ปี ค.ศ. 1941 “โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด” ก็ต้องพังทลายลงหลังโดนกองทัพอากาศของเยอรมัน ทิ้งระเบิดใกล้ๆ กับนิคมอุคสาหกรรม แทร็ฟฟอร์ด พาร์ค ระเบิดหลายลูกตกลงที่สนาม “โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด” อัฒจันทร์ เมน สแตนด์ ถูกทำลายย่อยยับ เช่นเดียวกับตัวพื้นสนามก็ได้รับความเสียหาย ไปด้วย หลังสิ้นสุดสงครามรัฐบาลอังกฤษ ได้มอบเงินให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำนวน 22,278 ปอนด์ เพื่อบูรณะสนามขึ้นใหม่ ระหว่างนั้นเอง ทีมปีศาจแดงต้องย้ายไปเล่นที่ “เมน โร้ด” สนามของทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นานถึง 4 ปี

          แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการสนามใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมเพื่อรองรับผู้ชมจำนวน 120,000 คน ให้ได้ แต่ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาไม่มีงบประมาณพอที่จะก่อสร้างได้ ซึ่งทำได้เพียงแค่สร้าง เมน สแตนด์ ขึ้นใหม่แทนที่ของเดิมที่ถูกทำลายเท่านั้น ในวันที่ 24 สิงหาคม ปี ค.ศ. 1949 ทีมปีศาจแดงได้กลับมายังถิ่นของพวกเขาอีกครั้ง ท่ามกลางฝูงชนกว่า 41,000 คน และสามารถเอาชนะ โบลตัน วันเดอเรอร์ส ได้ในเกมนัดแรกของรอบ 10 ปีที่กลับมาเล่น ณ สนามแห่งนี้

สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด  [Old Trafford Stadium]
โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ปี1950-1966

          นับตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1957 “โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด” เริ่มสว่างไสวบนเวทีลูกหนังยุโรป เมื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้สิทธิเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลยุโรป เกมกลางสัปดาห์ซึ่งต้องเล่นในช่วงเย็น นั่นหมายถึงพวกเขาต้องมีไฟสนาม และเกมนัดแรก ภายใต้แสงไฟคือก็คือเกมลีก เมื่อ 25 มีนาคม ปี ค.ศ. 1957 ในขณะที่ทีใหญ่อย่าง รีล มาดริด คือ ทีมแรกจากยุโรปที่มาเล่นภายใต้ไฟสนามใหม่ชั้นยอดที่นี่

          นอกจานั้น แฟนบอลรุ่นเก๋าคงยังจำได้ดีถึงความรู้สึกที่เปียกปอนไปด้วย เม็ดฝนพร้อมๆ กับนักเตะในสนาม เพราะอัฒจันทร์ “สเตรตฟอร์ด เอนด์” ชื่อดัง ไม่มีแม้หลังคาไว้บังแดดบังฝน จนกระทั้งใน ปี ค.ศ. 1959 การจัดแข่งขันฟุตบอลโลก ณ สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ทำให้สนามได้รับการปรับ ปรุงให้ทันสมัยมากขึ้นในช่วงยุค 60 อัฒจันทร์แบบแคนติลิเวอร์ (แบบอย่างต้นกำเนิดของอัฒจันทร์ในปัจจุบันที่ไม่ต้องใช้เสาค้ำยันให้บัง ทัศนียภาพในเกมการแข่งขัน) ถูกเปิดใช้ใน ปี ค.ศ. 1964 ด้วยงบประมาณในก่อสร้าง จำนวน 350,000 ปอนด์ ขณะที่แฟนบอลของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มเพิ่มมากขึ้นตามความจุของสนาม

สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด  [Old Trafford Stadium]
โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ปี1990

          ใน ปี ค.ศ 1992 ประเพณีการยืนเชียร์เกมการแข่งขันฝั่ง “สเตรตฟอร์ด เอนด์” มาถึงจุดสิ้นสุดลง เมื่อมันถูกบูรณะใหม่และแทนที่ด้วยเก้าอี้นั่ง จนกระทั่งใน ปี ค.ศ. 1994 สนาม “โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด” ก็กลายเป็นสนามที่นั่งทั้งหมดครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยที่ความจุสำหรับแฟนบอลกลับลดลงไป ดังนั้นความจุแค่ 43,000 ที่นั่ง ย่อมไม่เพียงพอแน่ต่อความต้องการของแฟนบอลที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหานี้ อัฒจันทร์ ฝั่ง นอร์ท สแตนด์ ก็ถูกปรับปรุงใหม่ในฤดูกาล 1995/96 ถึงตอนนั้นความจุของสนามเท่ากับ 56,387 ที่นั่ง แต่มีแฟนบอลอีกจำนวนหนึ่ง ไม่พอใจเกี่ยวกับสแตนด์ใหม่นี้กับความสูงในระดับ 48 เมตร

สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด  [Old Trafford Stadium]
โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ปี2000

          ในปัจจุบัน ทีม แมนฯ ยูไนเต็ด มีสนามใหญ่ที่สุดในประเทศอังกฤษ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกับค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 28 ล้านปอนด์ ยูฟ่า ซึ่งเป็นองค์กรควบคุมเกมฟุตบอลของยุโรป เรียก “โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด“ว่า เป็นสนามที่ดีที่สุดในอังกฤษ และใช้รองรับเกมการแข่งขันฟุตบอลยูโร 96 ถึง 5 นัด แต่ด้วยความสำเร็จในช่วงทศวรรษที่ 90 จำนวนแฟนบอลที่ต้องการเข้าชมเกมมีมากขึ้น ปลายฤดูกาล 1999/2000 อัฒจันทร์ฝั่ง อีสต์ สแตนด์ ได้ถูกปรับปรุงใหม่จนสามารถเพิ่มความจุผู้ชมเป็น 61,000 ที่นั่ง หลังจากนั้นต้นฤดูกาล 2000/01 อัฒจันทร์ฝั่ง สเตรตฟอร์ด เอนด์ ก็ได้ถูกปรับปรุงใหม่เช่นกันโดยเพิ่มที่นั่งเป็น 2 ชั้น จนกระทั่งปัจจุบันความจุของสนามสุทธิคือ 68,217 ที่นั่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาสโมสรฟุตบอลทั้งหมดในเกาะอังกฤษ

สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด  [Old Trafford Stadium]
ภาพภายใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

          แม้จะครองสถิติเป็นสนามที่มีความจุใหญ่ที่สุดบนเกาะอังกฤษใน ปัจจุบัน แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังมี แผนการขยายความจุผู้ชมของสนาม “โอล์ด แทรฟฟอร์ด” ในอนาคตให้เป็น 90,000 ที่นั่ง ที่มุมสนามทั้ง 2 มุม ของอัฒจันทร์ฝั่ง นอร์ท สแตนด์ ต่อกันกับ สเตรตฟอร์ด เอนด์ และ อีสต์ สแตนด์ โดยที่อัฒจันทร์ฝั่ง เซาธ์ สแตนด์ แต่การขยายความจุนั้นต้องถือว่าเป็นไปได้ยากเพราะอยู่ใกล้กับทางรถไฟ ซึ่งเคยมีผู้เสนอให้ขยายโดยสร้างอัฒจันทร์ชั้นที่ 3 คร่อมทางรถไฟ ซึ่งต้องใช้เทคโนโลยีทางวิศวกรรมสมัยใหม่และมีค่าใช่จ่ายที่สูงมาก

          อย่างไรก็ตาม ด้วยจำนวนแฟนบอลที่เพิ่มขึ้นมากมายจากทั่วทุกมุมโลกที่ต่างปรารถนาจะมาชมเกม การแข่งขัน ณ โรงละครแห่งความฝัน ไม่แน่ว่าเราอาจได้เห็นรูปลักษณ์ใหม่ของ “โอล์ด แทร็ฟฟอร์ด” ในอนาคต ที่อาจเป็นสนามฟุตบอลแห่งแรกในโลกที่มีอัฒจันทร์คร่อมรางรถไฟก็เป็นได้

สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด  [Old Trafford Stadium]
ภาพภายใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

<!–

–>

. <!–  –>

“ราชัน ชุดขาว” เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่ลีกกระทิงดุครองบัลลังก์ยอดทีมแห่งศตวรรษที่ 20 นำหน้ายูเวนตุส ที่ตามมาเป็นอันดับสอง, บาร์เซโลน่า, เอซี มิลาน รวมถึง บาเยิร์น มิวนิค ขณะที่”หงส์แดง” ลิเวอร์พูลรั้งที่ 8 ส่วน”ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ดหลุดท็อปเทน
“ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด สร้างความยิ่งใหญ่อีกครั้ง เมื่อถูกรับเลือกให้เป็นสโมสรที่ดีที่สุดในศตวรรษที่ 20 จากการประกาศผลของ สหพันธ์ประวัติศาสตร์ฟุตบอลและสถิติระดับนานาชาติ (ไอเอฟเอฟเอชเอส)
ยอดทีมแห่งกระทุงดุ ตบเท้าคว้าอันดับหนึ่ง นำหน้ายูเวนตุส ที่ตามมาเป็นอันดับสอง, บาร์เซโลน่า, เอซี มิลาน รวมถึง บาเยิร์น มิวนิค
ขณะที่ ลิเวอร์พูล เข้ามาอยู่อันดับ 8 อย่างไรก็ตามไม่มีชื่อของ แมนฯ ยูไนเต็ด ติดท็อปเทน อย่างเหลือเชื่อ โดยแถลงการณ์ของไอเอฟเอฟเอสเอส เปิดเผยว่าการคิดคะแนนจะไม่นำเอาแชมป์ภายในประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากมาตรฐานแต่ละลีกไม่เท่ากัน
ฉะนั้นการรวบรวมข้อมูลซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่เดือนมกราคม 1991 จึงเก็บคะแนนจากการชิงแชมป์ระดับทวีป ทั้ง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ยูโรเปี้ยน คัพ, ยูฟ่า คัพ, คัพ วินเนอร์ส คัพ, มิโทรปา คัพ, โคปา ลาติน่า รวมถึง ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ
ท็อปเทนสโมสรยอดเยี่ยมประจำศตวรรษที่ 20
1.เรอัล มาดริด……………………. 563.50 คะแนน
2.ยูเวนตุส…………………….  466.00  คะแนน
3.บาร์เซโลน่า……………………. 458.00 คะแนน
4.เอซี มิลาน…………………….  399.75 คะแนน
5.บาเยิร์น มิวนิค……………………. 399.00 คะแนน
6.อินเตอร์ มิลาน……………………. 362.00 คะแนน
7.อาแจ็กซ์…………………….  332.75 คะแนน
8.ลิเวอร์พูล…………………….  300.25 คะแนน
9.สปอร์ติ้ง ลิสบอน……………………. 299.00 คะแนน
10.อันเดอร์เลชท์…………………….  231.00 คะแนน

 

            เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ภายในต้นเดือนกรกฏาคม 2552 นี้ จะเป็นการเปิดตัวโครงการ  “Entertainment Area” ครบวงจรด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ ของกลุ่มทุนจีนบนพื้นที่ 827 เฮกตาร์ หรือ 5,168.75 ไร่ ซึ่งจะกลาวเป็นว่า “สามเหลี่ยมทองคำ” จะกลายเป็นมาเก๊าย่อม ๆ จุดศูนย์รวมด้านการบันเทิงและพนัน บนเส้นทาง R3A บนแผ่นดินเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว  ตรงกันข้าม  ต.เวียง อำเภอเชียงแสน ของไทย    

            กลุ่มทุนขนาดใหญ่นี้สัญชาติจีน แต่ชื่อไทย ๆ ว่า กลุ่ม “ดอกงิ้วคำ”   ตั้งแต่กลางปี 2550 โดยใช้ชื่อโครงการว่า “Kings Romans of Laos Asian economic & tourism development zone” ซึ่งทางคณะกรรมการแผนการและการลงทุนของรัฐบาลลาว หรือ State Planning and Investment Committee  ได้ อนุมัติให้สิทธิสัมปทานในการเช่าเป็นระยะเวลา 75 ปี เพื่อเป้าหมายลาวให้เป็นเขตเศรษฐกิจการค้าและบริการอย่างครบวงจรเพื่อรองรับ ความร่วมมือภายใต้ข้อ ตกลงว่าด้วยเขตการค้าเสรี (Free Trade Area—FTA) ระหว่างจีนกับอาเซียนให้ได้ภาย ใน 10 ปีข้างหน้า

 

            ใน เฟสแรก กลุ่มบริษัทดอกงิ้วคำจะลงทุนในขั้นเบื้องต้นคิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อดำเนินการก่อสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น (Infrastructure) เช่น ถนนหนทาง เขื่อนป้องกันตลิ่งในแนวแม่น้ำโขง โรงเรียน ร้าน อาหาร โรงแรม โรงพยาบาล อาคารพาณิชย์ สนามกอล์ฟ เขตหัตถกรรม-อุตสาหกรรม เบา เขตท่องเที่ยวดอนซาว (เกาะในแม่น้ำโขงของลาว) เขตผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆเพื่อรองรับการลงทุนในระยะต่อไป

 

            สำหรับ ในช่วงนับจากปี 2009 เป็นต้นไปจนถึงปี 2017 นั้น กลุ่มบริษัทดอกงิ้วคำก็จะทุ่มเงินลงทุนในส่วนที่เหลืออีกถึง 2,914 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อดำเนินการพัฒนาให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตเศรษฐกิจการค้าและบริการอย่าง ครบวงจรให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างเต็มรูปแบบ เช่นจะม่ สวนวัฒนธรรมอาเซียน-จีน เขตการค้าปลอดภาษี เขตพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตรและปศุสัตว์อย่างครบวงจร เขตพัฒนาทางด้านการศึกษา และการสาธารณสุข เขตศูนย์กลางการส่งออก ศูนย์การพัฒนา ICT และคอมพิวเตอร์ ศูนย์ บริการด้านการเงิน-การธนาคาร และศูนย์บริการด้านการขนส่ง เป็นต้น 

 

 

 ทั้งนี้ โครงการทั้งหมดแบ่งเป็น 34 โซน โดยที่ก่อสร้างอยู่ในขณะนี้คือโซนที่ 23 ซึ่งเป็นท่าเรือในแม่น้ำโขง โซน 1-8 เป็นโรงแรมระดับห้าดาวและอาคารต่างๆ สำหรับเกาะดอนซาวเป็นโซนที่ 18 ก็เป็นกิจการดิวตี้ฟรีโซน ซึ่งมีเอกชนไทยเข้าไปรับช่วงจำหน่ายสินค้าราคาถูก

 

            มีการคาดหมายกันว่าโครงการนี้จะแล้วเสร็จพร้อมๆ กันภายใน 5 ปี และจะกลายเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยว-นักลงทุนอีกแห่งหนึ่งของสามเหลี่ยมทองคำในอนาคต ซึ่งโครงการนี้เป็น 1 ในร่วมๆ 80 กาสิโนยักษ์รอบชายแดน สป.จีน (ทั้งในเขตพม่า-สปป.ลาว-เวียดนาม)  

 

            ถึงขั้นที่ว่า นายประเทือง ศรขำ ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานสากล จ.เชียงราย    เชื่อ ว่า นักท่องเที่ยวอาจจะเดินทางมาเชียงราย ด้วยเครื่องบินมากขึ้น เพื่อเข้าไปใช้บริการเอนเตอร์เทนเมนต์ที่สามเหลี่ยมทองคำ โดยเฉพาะจะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางลงมายังชายแดนไทยเพื่อท่องเที่ยวใน ประเทศไทยมากขึ้นด้วย ดังนั้นตั้งแต่ปี 2552 นี้เป็นต้นไปจึงคาดว่าสถานการณ์จะกระเตื้องขึ้น และกลายเป็นปีทองของการบินอีกครั้ง 

            ข้อมูล แบบนี้ผมว่าเชียงรายจะเป็นเมืองหน้าด่านที่ถูกรุมล้อมด้วยบ่อนมากที่สุด จังหวัดหนึ่งของประเทศไทย เป็นเป็นชุมทางสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ ปะทะทั้งพม่า ลาว และจีนโดยตรง ซึ่งจากฐานข้อมูลเดิมมีข้อมูลอยู่ว่าบ่อนที่ฝังตัวด้านตรงข้ามจังหวัด เชียงรายมีอยู่หลายแห่ง ซึ่งบางแห่งก็อาจจะปิดตัวไปแล้วบ้าง และอาจจะยังไม่อัพเดท แต่จะขอยกตัวอย่างเช่น 

·        บ่อน การพนันฮ่องลึก ตั้งอยู่บริเวณบ้านหลวง ตำบลฮ่องลึก อำเภอท่าขี้เหล็ก จังหวัดท่าขี้เหล็ก มีนายสาม/ขุนศึกสาม อดีตสมาชิกกลุ่มกองทัพเมืองไต (Mong Tai Army - MTA) เป็น ผู้ดำเนินการ โดยมี นายหวู จึง แหลง ชาวจีนฮ่อสัญชาติไทยเป็นนายทุน บ่อนดังกล่าวเปิดให้เล่นการพนันพื้นบ้านหลายประเภท เช่น ไพ่ต่างๆ ถั่วโป ไฮโล และมะก่องถี่ โดยเปิดเล่นทุกวัน ตั้งแต่เวลา 1200 น. จนถึงเช้า นักเล่นพนันส่วนใหญ่เป็นชาวพม่า โดยเฉพาะกลุ่มว้า ไทยใหญ่ จีนฮ่อ รวมทั้งนักพนันชาวไทย มีเงินทุนหมุนเวียนวันละ 5 - 10 ล้านบาท โดยการเปิดเป็นร้านอาหารและบังกะโลที่พักบังหน้า ซึ่งกลุ่มผู้ดำเนินการได้จ่ายเงินให้แก่เจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นหลายหน่วยวัน ละประมาณ 50,000 บาท 

·        บ่อนการพนันปงถุน  ตั้งอยู่บริเวณเขตปงถุน อำเภอท่าขี้เหล็กฯ เจ้าของบ่อนเป็นชาวพม่าเชื้อสายจีน  

·        บ่อนการพนันท่าล้อ  ตั้งอยู่บริเวณอาคารพาณิชย์ในตลาดท่าขี้เหล็ก ใกล้ห้างสิงคโปร์ บริเวณชายแดนแม่สาย - ท่าขี้เหล็ก เจ้าของบ่อนเป็นชาวพม่าเชื้อสายจีน  

·        บ่อนการพนันสันทราย  ตั้งอยู่บริเวณบ้านสันทราย อำเภอ ท่าขี้เหล็กฯ เจ้าของบ่อนเป็นชาวพม่า  

·        บ่อนการพนัน River Club North Top Myanmar บริเวณ บ้าน มะก่าหัวคำ จังหวัดท่าขี้เหล็ก ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัท เอ็ม วาย เอ็ม กรุ๊ป จำกัด ของ พ.ต.ท.อดุลย์ บุญเสรฐ กับ อู อ่องละ เจ้าของบริษัท เอ็ม วาย เอ็นเตอร์ไพรส์ เอกชนพม่า และได้เปิดบริการ เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2541 ต่อมาเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2542 ทางการพม่าได้มีคำสั่งให้ยุติการดำเนินการจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากผิดกฎหมายของพม่า 

·        โครงการโกลเด้นท์ ไทรแองเกิล แอนด์ พาราไดซ์ รีสอร์ท ดำเนินการโดยบริษัทวิทวัส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ของตระกูลโพธสุธน  โดยบริษัท ฯ ได้ทำสัญญาเช่าที่ดินเนื้อที่ประมาณ 4,000 ไร่ ระยะเวลา 40 ปี กับรัฐบาลพม่า   

 

            ต้อง ถามว่าคนเชียงรายจะสบายอยู่ไหมครับ หรือจะกลายเป็นเมืองชุมทางแห่งอบายทุกอย่างไม่รวมยาเสพติด/ค้ามนุษย์/สินค้า หนีภาษี / การพนัน ฯลฯ แล้วเราจะช่วยเชียงรายรอดได้อย่างไรหรือปล่อยไปตามยถากรรม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ยอดทีมลีกแดนหมีขาวประกาศแยกทางกับ ดิ๊ค แอดโวคาท ยอดกุนซือชาวดัตช์แล้วเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เนื่องจากผลงานของทีมมีแต่สาละวันเตี้ยลง จนบอร์ดบริหารหมดความอดทนหลังเกมเปิดบ้านพ่าย ทอม ทอมส์ค ทีมรองบ่อนในพรีเมียร์ลีก รัสเซีย ถึง 0-2 ทั้งที่เคยสร้างผลงานสุดยอดด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า คัพ และสร้างนักเตะชื่อดังขึ้นมาประดับวงการฟุตบอลรัสเซียมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อังเดร อาร์ชาวิน หรือ พาเวล โปรเก็บเนี๊ยค

แถลงการณ์ของ เซนิตฯ ผ่านทางเว็บไซต์สโมสรระบุว่า “ดิ๊ค แอดโวคาท ทำเพื่อทีมมามากมาย และชื่อของเขาจะถูกกล่าวถึงตลอดไปสำหรับความสำเร็จที่ เซนิตฯ ได้รับตลอดช่วงหลายฤดูกาลที่ผ่านมา”

“ภายใต้การนำทีมของเขา การเฉลิมฉลองของ เซนิตฯ หลายต่อหลายครั้งถูกบันทึกลงในประวัติศาสตร์หน้าใหม่ และแฟนบอลจะไม่มีทางลืมการคว้าแชมป์ลีกเมื่อปี 2007 และผลงานอันน่าเหลือเชื่อในเกมยุโรปเมื่อปี 2008″

“แต่ช่างโชคร้าย หลังจากที่เขาตัดสินใจรับงานโค้ชทีมชาติเบลเยียม (หลังจบฤดูกาลนี้) ผลงานของเซนิตฯตกต่ำลงอย่างชัดเจน และแฟนบอลไม่พอใจเลยกับสถานการณ์ของสโมสร และอันดับตารางในตอนนี้”

“ในขณะเดียวกัน เซนิตฯ ยังต้องพยายามต่อสู้เพื่อรักษาอันดับไปเล่นฟุตบอลยุโรป และนำเป็นจ่าฝูงของรัสเซีย แชมเปี้ยนชิพ”

“สโมสรขอบคุณ มิสเตอร์ แอดโวคาท เป็นอย่างมาก และจะต้องเดินหน้าต่อไป”

ทั้งนี้รายงานข่าวเปิดเผยเพิ่มเติมว่า จุดเริ่มต้นของการแตกหักครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจาก แอดโวคาท ออกมาตำหนิ อิกอร์ คอร์นิเยฟ ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของสโมสรคนใหม่ อดีตนักเตะทีมชาติรัสเซียและปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมชาติรัสเซียของ กุส ฮิดดิ้งค์ สำหรับกรณีไปเซ็นคว้าตัว อเลสซานโดร โรซิน่า มิดฟิลด์ชาวอิตาเลียนมาจาก โตริโน่ โดยไม่ปรึกษา จนถึงกับตบะแตกออกมาให้สัมภาษณืกับสื่อว่า “ไม่อยากทำงานร่วมกับ คอร์นิเยฟ อีกต่อไป”

ดาเนียล ลอยด์ นางแบบสาวสุดเอ็กซ์ชาวอังกฤษที่ขึ้นชื่อเรื่องการล่าแต้มนักฟุตบอลดัง โดยล่าสุดกำลังคบหาอยู่กับ เจมี โอฮารา กองกลางหนุ่มของท็อตแนมฮอตสเปอร์ ถ่ายปกนิตยสาร “นัตส์” แมกกาซีนสำหรับผู้ชายรายสัปดาห์ซึ่งขายดีที่สุดในแดนผู้ดี ฉบับวันที่ 10-16 กรกฎาคม ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ไม่มีเซ็นเซอร์” ในแบบที่กองบรรณาธิการนัตส์ ถึงขนาดจั่วหัวหน้าปกว่า “ผู้อ่านจะได้พบกับภาพของ ดาเนียล ลอยด์ ที่เด็ดดวงที่สุดเท่าที่เคยมีมา” (Unquestionably her rudest pics ever) ซึ่งจะสุดยอดร้อนแรงขนาดไหน ทีมข่าว MGR Sport เก็บภาพชุดใหญ่มาฝากแฟนๆ

ShowImage();

document.write(’<IMG SRC=”‘ + strImageFile + ‘” WIDTH=”‘ + longWidth.toString() + ‘” HEIGHT=”‘ + longHeight.toString() + ‘” BORDER=”0″>’);
page=”Pics”; Thailand Web Stat

ShowImage();

document.write(’<IMG SRC=”‘ + strImageFile + ‘” WIDTH=”‘ + longWidth.toString() + ‘” HEIGHT=”‘ + longHeight.toString() + ‘” BORDER=”0″>’);

ShowImage();

document.write(’<IMG SRC=”‘ + strImageFile + ‘” WIDTH=”‘ + longWidth.toString() + ‘” HEIGHT=”‘ + longHeight.toString() + ‘” BORDER=”0″>’);
page=”Pics”; Thailand Web Stat

ShowImage();

document.write(’<IMG SRC=”‘ + strImageFile + ‘” WIDTH=”‘ + longWidth.toString() + ‘” HEIGHT=”‘ + longHeight.toString() + ‘” BORDER=”0″>’);
page=”Pics”; Thailand Web Stat

ShowImage();

document.write(’<IMG SRC=”‘ + strImageFile + ‘” WIDTH=”‘ + longWidth.toString() + ‘” HEIGHT=”‘ + longHeight.toString() + ‘” BORDER=”0″>’);
page=”Pics”; Thailand Web Stat

ShowImage();

document.write(’<IMG SRC=”‘ + strImageFile + ‘” WIDTH=”‘ + longWidth.toString() + ‘” HEIGHT=”‘ + longHeight.toString() + ‘” BORDER=”0″>’);
page=”Pics”; Thailand Web Stat

ShowImage();

document.write(’<IMG SRC=”‘ + strImageFile + ‘” WIDTH=”‘ + longWidth.toString() + ‘” HEIGHT=”‘ + longHeight.toString() + ‘” BORDER=”0″>’);
page=”Pics”; Thailand Web Stat

ShowImage();

document.write(’<IMG SRC=”‘ + strImageFile + ‘” WIDTH=”‘ + longWidth.toString() + ‘” HEIGHT=”‘ + longHeight.toString() + ‘” BORDER=”0″>’);
page=”Pics”; Thailand Web Stat ge=”Pics”; Thailand Web Stat


เด ลี่ เมล์” สื่อชื่อดังแห่งเมืองผู้ดี รายงานข่าวว่า โรมัน อิบราโมวิช มหาเศรษฐีชาวรัสเซีย เจ้าของสโมสรฟุตบอล “สิงห์บลูส์” เชลซี ทีมยักษ์ใหญ่จาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จัดการทุ่มเม็ดเงินเป็นจำนวน 100 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 5,700 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการคว้า 3 แข้งดัง คือ อันเดรีย ปิร์โล่ กองกลางของทีมเอซี มิลาน,เซอร์จิโอ อเกวโร่ กองหน้าของทีม แอตเลติโก มาดริด และ ฟรองค์ ริเบรี่ ปีกตัวจี๊ดของทีม บาเยิร์น มิวนิค

โดย เชลซี จะยื่นข้อเสนอจำนวน 12 ล้านปอนด์หรือประมาณ 684 ล้าน บาท บวกกับ เคลาดิโอ ปิซาร์โร่ กองหน้าทีมชาติเปรู เพื่อแลกกับ อันเดรีย ปิร์โล่ กองกลางชาวอิตาลี สำหรับ กุน กองหน้าชาวอาร์เจนติน่า เชลซี จะยื่นซื้อตัวที่ 45 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 2,565 ล้านบาท และอีก 40 ล้านปอนด์หรือประมาณ 2,280 ล้านบาท จะขอซื้อตัว ฟรองค์ ริเบรี่ ปีกตัวจี๊ดชาวฝรั่งเศส

สื่อ ยังระบุด้วยว่าการที่ อิบราโมวิช มหาเศรษฐีชาวรัสเซีย ยอมควักเงินจำนวนนี้ เนื่องจากต้องการรักษาคำมั่นสัญญาใจที่ให้ไว้กับ จอห์น เทอร์รี่ กองหลังกัปตันทีมที่ล้มแผนไปอยู่กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยหวังว่าจะคว้า 3 แข้งดังนี้ได้ทันก่อนที่ตลาดซื้อ-ขายนักเตะปิดทำการในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้

สื่อของแดนกังหันลมได้ประโคมข่าวว่าทีม “หญิงชรา” แฮร์ธ่า เบอร์ลิน สโมสรฟุตบอลชื่อดังจากเมืองหลวงของเยอรมันกำลังให้ความสนใจ อีแวนเดอร์ สโน มิดฟิลด์วัยรุ่นของทีมอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ยักษ์ใหญ่ของประเทศ

โดยที่กองกลางวัย 22 ปีนั้นย้ายจากสโมสรกลาสโกว์ เซลติก ในประเทศสกอตแลนด์มาอยู่กับอาแจ็กซ์เมื่อฤดูกาล 2008/09 แต่กลับทำผลงานได้ไท่ดีเท่าไรนักในปีแรกเมื่อได้รับโอกาสให้สนามเพียง 11 เกมเท่านั้น และทาง มาร์ติน โยล เทรนเนอร์คนใหม่ของทีมก็ไฟเขียวให้มิดฟิลด์รายนี้ย้ายทีมได้ก่อนที่ตลาดนัก เตะรอบแรกจะปิดตัวลง

ล่าสุดสื่อของฮอลแลนด์เผยว่าเวลานี้ทีมแฮร์ธ่า เบอร์ลิน ของเยอรมันกำลังให้ความสนใจในตัสของ อีแวนเดอร์ สโน หลังจากซัมเมอร์ที่ผ่านมาทีมต้องเสียผู้เล่นแกนหลักอย่าง มาร์โก พานเทลิช,อังเดร โวโรนิน และ โยซิป ซิมูนิช ออกไป ทำให้ ลูเซียง ฟาร์ฟ เทรนเนอร์ของทีมเห็นว่า สโน นั้นน่าจะเข้ามาเป็นกำลังเสริมของทีมได้ โดยคาดว่าน่าจะเป็นข้อเสนอในการขอยืมตัวมาร่วมทีมก่อนที่จะมีการเซ็นสัญญา แแบบถาวรกันต่อไป


นิวส์ ออฟ เดอะ เวิลด์” สื่อเมืองผู้ดีแฉ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรเงินถุงเงินถังของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะต้องแบกรับภาระค่าเหนื่อยรวมถึงเงินโบนัสในระดับ 100 ล้านปอนด์ (5,700 ล้านบาท) ต่อปีเลยทีเดียว

บรรดานักเตะของ แมนฯซิตี้ ทั้งหน้าใหม่ และเก่าที่รับค่าเหนื่อยแพงระยิบต่อสัปดาห์ ก็มี โรบินโญ่ 160,000 ปอนด์ (9.1 ล้านบาท), เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ และ คาร์ลอส เตเวซ 150,000 ปอนด์ (8.5 ล้านบาท), แกเร็ธ แบร์รี่ และ โคโล ตูเร่ 120,000 ปอนด์ (6.6 ล้านบาท)

ซึ่งค่าเหนื่อยนักเตะในถิ่นซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์ มากกว่าเงินหมุนเวียน 90 ล้านปอนด์ (5,100 ล้าน บาท) ต่อปีในสโมสร จึงทำให้ ชีค มันซูร์ มหาเศรษฐีชาวอาหรับ เจ้าของแมนฯซิตี้ จะต้องแบกรับภาระเงินรวมถึงการขาดทุนอย่างไม่ต้องสงสัย
casino:คาสิโนออนไลน์:บาคาร่า:SBOBET:IBCBET:Slot:บาคาร่าออนไลน์


สุดช็อกวงการลูกหนัง! เผยต้นเหตุที่แท้จริงของการลอบวางระเบิดโรงแรมริตซ์-คาร์ลตัน กลางกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อดับชีพแข้งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ตำรวจแดนอิเหนาออกมาเผยเรื่องน่าตกใจของเหตุการณ์วางระเบิดโรงแรมหรู 2 แห่งในกรุงจาการ์ต้า เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนว่ามีเป้าหมายอยู่ที่การสังหารหมู่เหล่านักเตะ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยอ้างว่าเพื่อกำจัดศัตรูของพระอัลเลาะห์

เมื่อวันพุธที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมามีรายงานว่า พบบล็อกที่เขียนในนามของกลุ่มอัลกออิดะห์ อินโดนีเซีย ซึ่งออกมาอ้างความรับผิดชอบเหตุระเบิดโจมตีโรงแรมหรู 2 แห่งในกรุงจาการ์ต้า ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 คน บาดเจ็บกว่า 50 คน

โดยบล็อกดังกล่าวถูกโพสต์ลงเว็บไซต์ blogspot.com ของกูเกิล ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งข้อความเป็นภาษาอาหรับและอินโดนีเซีย ลงชื่อของ “อบู มัววิดส์ นูร์ดิน บิน โมฮัมเหม็ด ท็อป” กล่าวยกย่องสมาชิก 2 คน ที่ก่อเหตุระเบิดพลีชีพที่โรงแรมเจดับเบิลยู แมร์ริออต และ โรงแรมริตซ์-คาร์ลตัน โดยระบุว่าเป็นพี่น้องนักรบศักดิ์สิทธิ์ และเป็นการแก้แค้นการกระทำของสหรัฐฯที่ต่อต้านนักรบชาวมุสลิมในทุกมุมของโลก

jakarta bomb
casino:คาสิโนออนไลน์:บาคาร่า:SBOBET:IBCBET:Slot:บาคาร่าออนไลน์


ร็อบ บี้ ฟาวเลอร์ อดีตดาวยิงลิเวอร์พูล ออกมายอมรับว่าแปลกใจกับการที่ ไมเคิ่ล โอเว่น ตัดสินใจย้ายไปร่วมทีมคู่ปรับอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมโว เฟอร์นานโด ตอร์เรส จะยิงประตูเหนือได้มากกว่า
casino:คาสิโนออนไลน์:บาคาร่า:SBOBET:IBCBET:Slot:บาคาร่าออนไลน์

ดาว ยิงระดับตำนานแห่งถิ่นแอนฟิลด์ ที่ปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับสโมสรนอร์ท ควีนแลนด์ ฟูรี ทีมในลีกออสเตรเลีย แสดดงความเชื่อมั่นแม้ว่า “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะได้ตัว ไมเคิ่ล โอเว่น ไปร่วมทีม แต่ก็ใช่ว่า “หงส์แดง” จะด้อยในเรื่องของเกมรุก เพราะยังมี เฟอร์นานโด ตอร์เรส หัวหอกเลือดกระทิงดุอยู่

ผม ประหลาดใจมากที่ โอเว่น ตัดสินใจร่วมทีม ยูไนเต็ด เขายังคงเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม และหวังว่าจะไปได้สวยกับต้นสังกัดใหม่ แต่ผมก็ยังมั่นใจลึกๆว่า หากเขายิงประตูได้เยอะเท่าใด เฟอร์นานโด ตอร์เรส ก็น่าจะทำได้มากกกว่าเขา และพาทีมคว้าลุ้นแชมป์ลีกในฤดูกาลได้อย่างแน่นอน” ดาวยิงวัย 34 ปี กล่าว

Most Popular

  • None found

Recent Comments

  • None found